2006/Nov/10

...เมื่อใดที่มีแสงส่องผ่าน รายละเอียดของสิ่งต่างๆ
ก็จะปรากฎขึ้นมาให้เราเห็น..
...หากแสงนั้นมีความสว่างมากขึ้นเท่าไหร่
เราก็จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้น..

...คนเราก็มักเป็นเช่นนี้..
คอยตามหาแสงสว่างที่สว่างไสวอยู่เสมอ...
แสง ที่จะเห็นตัวตนที่แท้จริงของเราเอง...
แสง... ซึ่งเข้าใจในตัวเราทุกอย่าง..

...

..แต่ ถ้าแสงที่พาดผ่านสิ่งใดๆ ไป...
..แล้วสิ่งๆ นั้นกลับหันหลังเข้าหา...

..แทนที่จะสว่างกลับมืดมิด...
..แทนที่จะเห็นรายละเอียดกลับเหลือเพียงเงาทึบ...

แม้ว่า จะเป็นแสงที่มีความสว่างโชติช่วงแค่ไหน..
ก็ ไม่มีทาง...ที่จะเห็น

...

..แล้วจะตามหาไปเพื่ออะไร..

ถ้ายังเลือกที่จะไม่หันเข้าหาแสง..
..ไม่ยอมให้แสงนั้นส่องที่รายละเอียดของตน
แต่กลับต้องการให้รู้และเข้าใจ...

...

แสงจากสิ่งใดในจักรวาลนี้ก็คงไม่มีวันทำได้..
นอกเสียจาก...

...รู้จักหันเข้าหาแสงเองเสียบ้าง

...

x1p6tb9aEP1qM0KOWGf_bskxhalz2v_HQU_.jpg

2006/Nov/07

H2 (エイチ・ツー)


...จากหนังสือการ์ตูนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยนักเขียนการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น Adachi Mitsuru ผู้เคยสร้างผลงานที่เป็นตำนานของวงการการ์ตูนวัยรุ่น เช่น "Miyuki" (1980-1984) , "Touch" (1981-1987) , "Slow Step"(1986-1991) และ "Rough" (1987-1989) เป็นต้น
หลายเรื่องของเขานั้นถูกนำมาสร้างออกมาเป็นการ์ตูน animation รวมถึงยังได้ถูกสร้างเป็นภาพยนต์ และ Series อีกด้วย


"H2" นับว่าเป็นเรื่องยาวที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Adachi Mitsuru มาก และออกวางจำหน่ายเล่มแรก เมื่อปี 1992 รวมทั้งหมด 34 เล่ม ส่วนของไทยนั้น ถูกพิมพ์เป็นของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ



H2 เป็นเรื่องราวของความรัก ความฝัน และความผูกพัน ที่ไม่ว่าใครก็ตามหากได้สัมผัสเรื่องราวของพวกเขา ..ล้วนประทับใจและไม่มีวันลืมเลือนความรู้สึกของพวกเขาได้..ในเรื่องจะเป็นพูดถึง กีฬาเบสบอล และ "โคชิเอง" เป็นหลัก โคชิเอง คือการแข่งขันเบสบอลระดับมัธยมปลายของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนทางสำคัญเพื่อที่จะได้ก้าวเข้าไปสู่เส้นทางนักเบสบอลระดับมืออาชีพนั้นเอง



ต่อมาในปี 2005 H2 จึงถูกสร้างขึ้นมาอีกครั้งเป็น Series ซึ่งมีทั้งหมด 12 ตอน โดยมีนักแสดงตามตัวละครหลักดังต่อไปนี้

ตัวละครที่สำคัญ

Kunimi Hiro

โดยYamada Takayuki


Hiro (พ้องเสียงกับคำว่า Hero)เป็นตัวเอกของเรื่อง ผู้ซึ่งมีความสามารถในการขว้างลูก (Pitcher) เรียนอยู่ที่รร.มัธยมปลายเดียวกับ Haruka และเป็นเพื่อนบ้านตั้งแต่สมัยเด็กกับ Hikari ผู้ซึ่ง Hiro นั้นยังคงรักอยู่เสมอไม่ว่าเธอจะมีแฟนเป็น Hideo อยู่แล้วก็ตาม


Koga Haruka

โดยIshihara Satomi


Haruka (ฤดูใบไม้ผลิ) เป็นผู้หญิงที่ซุ่มซ่ามแต่น่ารัก เธอเป็นผู้จัดการชมรมเบสบอลของรร.มัธยมปลายเดียวกับ Hiro เป็นผู้ที่คอยอยู่เคียงข้าง Hiroและให้กำลังใจเสมอ จนกระทั่ง Hiro ประสบความสำเร็จ Haruka นั้นรัก Hiro แม้ว่า Hiro มักจะมองข้ามเธอกลับไปหา Hikari ก็ตาม


Tachibana Hideo

โดยTanaka Koutarou


Hideo เป็นเพื่อนที่เคยอยู่รร.มัธยมต้นเดียวกับ Hiro และ Hikari และเล่นเบสบอลทีมเดียวกัน เขาเป็นนักตีลูก (Batter) ที่มีพรสวรรค์ จึงเข้ารร.มัธยมปลายที่มีชื่อเสียงด้านเบสบอล เป็นคนที่ภายนอกนั้นดูเงียบและเข้มแข็ง เป็นแฟนกับ Hikari


Amamiya Hikari

โดยIchikawa Yui


Hikari (แสงสว่าง) ผู้ที่แสนอ่อนโยน เธอเป็นเพื่อนตั้งแต่เด็กกับ Hiro และเป็นแฟนกับ Hideo ซึ่งอยู่รร.มัธยมปลายเดียวกัน Hikari เป็นตัวละครที่ต้องตัดสินใจมากที่สุดในเรื่อง เพราะเธอรู้สึกลังเลกับความรักในปัจจุบัน (Hideo) กับความรักที่ยังคงอยู่ในความผูกพัน (Hiro)

...

หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าชื่อของทั้ง 4 คนนั้นขึ้นต้นด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ "H" ซึ่งคงเป็นความตั้งใจของ Adachi และอาจจะเกี่ยวพันกับ คำว่า "H2" ด้วยเช่นกัน

- - -

สาเหตุที่มาพูดถึง H2 เรื่องนี้ก็เพราะว่าพึ่งมีโอกาสได้ดูจนจบเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ประทับใจจนกระทั่งน้ำตาไหล เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นแล้วก็บอกไม่ถูกจริงๆค่ะ เพราะไม่ได้รู้สึกเช่นนี้มานานแล้วพอสมควร อาจจะเพราะมีอะไรบางอย่างที่มันละเอียดอ่อนกระทับกับตัวเราเป็นพิเศษ จึงรู้สึกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่ประทับใจที่สุดในรอบปีนี้เลย

เนื้อเรื่องที่สำคัญนั้น ใน Series จะแตกต่างบ้างกับหนังสือการ์ตูนโดยเฉพาะในตอนจบ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าทำได้ออกมาได้ลงตัวกว่าค่ะ เพียงแค่ 12 ตอนเท่านั้น แต่สามารถสื่อสารได้ครบทุกอย่าง...

สิ่งสำคัญของเรื่อง...



ความสัมพันธ์ระหว่างมิตรภาพ

ตัวละครทั้งหมดแทบทั้งเรื่องมีสิ่งนี้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ รวมทั้งเป็นสิ่งที่ซ้อนอยู่ระหว่างความรักของพวกเขาทั้ง 4 คน มิตรภาพภายในเรื่องนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์ ความไว้ใจและเข้าใจ รวมทั้งยังเป็นกำลังใจให้กันเสมอ แม้ว่าจะต้องตกอยู่สถานการณ์ที่ทำให้ต้องต่อสู้ แข่งขันระหว่างกันและกันก็ตาม

ความสัมพันธ์ของความรัก

เป็นความรักที่อาจจะไม่ใช่เพียงแค่ความรักทั่วๆไป อย่างที่เคยเห็นตามปกติทั่วไป โดยเฉพาะความรักของ Hiro และ Hikari ซึ่งดูจะซับซ้อนและแยกกันแทบไม่ออกระหว่างความผูกพันในอดีตจนถึงปัจจุบัน
ความรักที่ Hiro มีต่อ Hikari นั้นคือความรักที่เขามีให้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น Hikari จะเป็นคนแรกที่ปรากฎขึ้นมาในใจของเขา Hikari เป็นผู้ทำให้ Hiro ก้าวต่อไปได้แม้ว่าจะล้มเหลว และยังคงฝังอยู่ในความทรงจำของ Hiro เป็นความรักในอดีตที่เต็มไปด้วยความผูกพัน และก็เช่นเดียวกับ Hikari เธอตัดสินใจเป็นแฟนกับ Hideo แต่ความจริงแล้ว ในความรู้สึกลึกๆของเธอ เธอก็รัก Hiro มากเช่นเดียวกัน " ไม่ว่าพวกเขาทั้งสองคน ทั้ง Hiro และ Hikari จะถูกแยกออกจากกัน พวกเขาก็ยังมีกันและกันเสมอ และไม่มีทางที่ใครจะสามารถเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนี้ไปได้.." ...เป็นคำพูดที่ Haruka พูดขึ้นมา

...ช่วงเวลาที่ใครบางคนกำลังอ่อนแอ... อีกคนก็จะอยู่ที่นั่นเสมอ....ทั้งที่ทั้งสองต่างไม่รู้ว่าอีกคนอยู่ที่นั่น

เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นมาก มากจนกระทั่งเราดูแล้วน้ำตานั้นไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเลย ความรู้สึกของ Hiro และ Hikari เป็นความรักที่แฝงความผูกพันอันอ่อนโยนและบริสุทธิ์มากเข้าไว้ด้วยกัน...

ในขณะเดียวกัน ความรักของ Haruka ผู้ที่เข้ามาทำให้ Hiro ได้มองเห็นปัจจุบัน... แม้ว่า Hiro จะมองข้าม Haruka และแม้ว่าสิ่งที่เธอทำทุกอย่างอาจจะดูมีค่าน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ Hikari แต่ด้วยความจริงใจของเธอ ความรักที่มีแต่ให้โดยไม่ได้หวังการตอบแทนใดๆ เธอกลับทำให้เขามีพลังอีกครั้ง เธอเป็นสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันของ Hiro เพื่อให้เขาก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้ ด้วยรอยยิ้มที่แม้ว่าเธอจะเจ็บปวดแค่ไหน เธอก็จะยิ้มให้กับ Hiro อยู่เสมอ และนั้นเองเป็นสิ่งที่ทำให้ Hiro ได้เข้าใจตนเองและค้นพบตัวเองโดยก้าวข้ามผ่านอดีตที่เจ็บปวดไปได้..

" แม้ว่าเธอจะรักใคร ไม่ว่าใครก็ตาม ความรักของฉันในตอนนี้ที่มีต่อเธอก็ยังเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนไป.. "


ส่วนในความรักของ Hideo และ Hikari เป็นความรักที่สมบูรณ์แบบของความรักทั่วไป ต่างคนต่างเข้าใจกันและกันโดยไม่ต้องแสดงออกมาให้เห็น เขาทั้งสองทำให้อีกฝ่ายเข้มแข็งด้วยการมองดูและคอยรับเมื่อฝ่ายใดล้ม แม้ว่า Hikari จะดูลังเลและสับสน แต่ Hideo ก็ยังคงไว้ใจ Hiro เพื่อนของตน รวมทั้งยังมอบโอกาสแก่ Hikari ที่จะเลือกคนที่เธอรักที่สุด ความรักของ Hideo และ Hikari นั้นค่อนข้างเป็นการเสียสละที่น่าทึ่งมากจริงๆ...

"ที่ฉันเข้มแข็ง นั่นก็เพราะฉันอยู่ต่อหน้าเธอ..."
" ไม่ว่าอย่างไรฉันจะเข้มแข็งกว่าเดิม เพื่อที่เธอจะได้ตัดสินใจที่จะเลือกฉันอีกครั้ง "


ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในฝัน


ความฝันของ Hiro และ Hideo คือการเป็นนักกีฬาเบสบอลระดับอาชีพ แม้ว่าจะต้องผ่านความยากลำบาก และต้องพบกับความผิดหวัง เขาก็ผ่านมันมาได้ เป็นความฝันที่ทำเพื่อตนเอง เพื่อคนที่รัก
ในเรื่องนั้น Hiro และ Hideo แม้ว่าจะต้องเป็นคู่ต่อสู้กัน ทั้งเบสบอลและความรัก มิตรภาพของพวกเขาก็ยังคงเหมือนเดิมในท้ายที่สุด แต่ว่าในความพยายามของพวกเขา บางครั้งก็คล้ายกับความอ่อนแอ ที่กลัวว่า สักวันหากพวกเขาปราศจากเบสบอล พวกเขาก็จะไม่มีอะไรเลย ซึ่งจะทำให้ความหวังของคนที่พวกเขาทั้งรัก นั่นคือ Hikari และ Haruka พังทะลายต่อตัวพวกเขาลงไปด้วย...

ความฝันของ Haruka คือการได้ไปเป็น Flight Attendance หรือแอร์ฯ นั้นเอง เพื่อที่จะได้คอยดูแลคนที่ตนรัก ซึ่งเป็นนักกีฬาเบสบอลมืออาชีพ(Hiro) นั่นเอง

สุดท้ายคือความฝันของ Hikari คือการเลือกที่จะได้เป็น Sport Reporter เพื่อที่จะได้เขียนข่าวให้กับคนที่ตนรัก (ทั้ง Hiro และ Hideo)

...

นอกจากนี้แล้วยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่สำคัญและดีมากๆ เมื่อได้ดูแล้วบอกตรงๆ ว่าทำให้หันกลับมามองตนเองและเข้าใจอะไรมากขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ > < จนกระทั่งรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีความหมาย และเราจะต้องไม่ยอมแพ้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ...

ซึ่งคงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว..เพราะเพลงตอนจบของเรื่องได้สรุปความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ

^_^ อยากให้ทุกๆ คนได้ฟังนะ




Title : Over.. (ost. H2)
Artist : K


-------

あの日見た夢の影が 夕焼けに伸びてる
ano hi mita yume no kage ga yuuyake ni nobiteru
ふと君がいるような気がして 仆は振り返るよ
futo kimi ga iru youna ki ga shite boku wa furikaeruyo

いくつもの季節(とき)が すべてを虛ろにしてくけど
ikutsumo no toki ga subete wo utsuro ni shiteku kedo
記憶の中の君は 現在(いま)も 優しく微笑ってる
kioku no naka no kimi wa ima mo yasashiku waratteru

諦めるよりも辛いよ "失くすこと"に 慣れちゃ
akirameru yori mo tsurai yo "nakusu koto" ni narecha
何もしない後悔より ...いっそ打たれてたい
nanimo shinai koukai yori ...isso butaretetai
明日は強くなれるかな 今日の仆よりも
ashita wa tsuyoku nareru kana kyou no boku yori mo
君も何処かで微笑ってる 泣きたい時でも...きっと
kimi mo dokoka de waratteru nakitai tokidemo... kitto

傘を忘れたフリした 雨の帰り道は
kasa wo wasureta furishita ame no kaeri michi wa
やけに二人無口だったね 肩が濡れていたね
yake ni futari mukuchi datta ne kata ga nureteita ne

何度も觸れた君の手を 握れなかったように
nandomo fureta kimi no te wo nigirenakatta youni
未來に君をさらわれてた サヨナラさえ云えず
mirai ni kimi wo sarawareteta sayonara sae iezu

"変わること"を恐れながら 変わってゆく仆ら
"kawaru koto" wo osorenagara kawatteyuku bokura
忘れ去ってしまうのなら ...痛み抱きしめたい
wasuresatte shimau no nara ...itami dakishimetai
永遠よりもっと永く 瞬いてた日々
eien yori motto nagaku matataiteta hibi
君にいつかまた逢うため あの夢追うから...もっと
kimi ni itsuka mata au tame ano yume ou kara... motto

諦めるよりも辛いよ "失くすこと"に 慣れちゃ
akirameru yori mo tsurai yo "nakusu koto" ni narecha
何もしない後悔より ...いっそ打たれてたい
nanimo shinai koukai yori ...isso butaretetai
明日は強くなれるかな 今日の仆よりも
ashita wa tsuyoku nareru kana kyou no boku yori mo
君をいつでも想ってる 誰かのものでも...ずっと
kimi wo itsu demo omotteru dareka no mono demo... zutto

* * *

คำแปลเป็นไทย (ย่อ) (ซึ่งเราแปลเองค่ะ)

เศษเสี้ยวของความฝันที่แตกสลาย พวกเราได้เห็นวันนั้นที่แสงจากพระอาทิตย์ตกดินพาดข้ามไป
ดูเหมือนจะรู้สึกว่า เธออยู่ที่นั่น เมื่อฉันมองข้ามหัวไหล่ของฉันไป...

..แต่ทุกครั้งฉันเห็นเพียงแค่ความว่างเปล่า...
จนถึงตอนนี้ ในความรู้สึกที่อยู่ลึกเข้าไป ความทรงจำที่แสนอบอุ่นเหล่านั้น เธอยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยนเสมอ..

มันเจ็บปวดมากกว่ายอมแพ้.. แม้ฉันเคยชินกับการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง... ฉันเลือกที่จะถูกทำร้ายร่างกายให้เจ็บช้ำ มากกว่าการที่ไม่พยายามและต้องเสียใจ

บางทีวันพรุ่งนี้ ฉันจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าฉันคนเดิมในวันนี้...
ฉันเชื่อว่าเธอยังคงยิ้มอยู่ ที่ไหนสักแห่ง แม้ว่าเวลาที่ฉันอยากจะร้องไห้...

* * *






"...Do your best! ... Don't lose! "





2006/Nov/06

วันลอยกระทง...

..ใน 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ฉันได้เข้ามหาลัยมา ก็ไม่เคยมีปีไหนที่ฉันได้เดินเล่นอย่างสบายใจจริงๆ สักครั้ง...

ปีแรกแม้ว่าจะสนุกมากในช่วงแรกๆ แต่หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องให้ฉันต้องร้องไห้... ร้องนานขนาดที่ว่าเงยหน้าขึ้นไปมองพระจันทร์เต็มดวง แล้วเห็นพระจันทร์แกว่งไปมาเหมือนเงาสะท้อนบนน้ำ...

ปีที่สองมีความสุขนะ มีความสุขมากกับตัวเองและคนที่อยู่ข้างๆ แม้ว่าสิ่งรอบข้างจะวุ่นวายและเต็มไปด้วยความกดดัน... มันเป็นช่วงเวลาที่มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับฉันหลายเรื่องเหลือเกิน ดังนั้นช่วงเวลานั้นแม้จะอบอุ่นแต่ก็เต็มไปด้วยความกังวล..
ความสุขของฉันในปีนั้นแม้จะเกิดขึ้นจากคนข้างๆ แต่ก็ถูกทำลายด้วยคนรอบๆข้าง...

ปีที่สามเป็นปีที่ฉันควรจะมีความสุข เพราะฉันอิสระจากทุกสิ่ง แม้ว่าจะยังมีหมอกความเศร้าบางๆ ปกคลุมอยู่ในความรู้สึกฉัน แต่เพื่อนและตัวฉันเองก็ทำให้ทุกอย่างมันสนุกสนานขึ้นมาได้ เรียกได้ว่าฉันรู้สึกสงบ รอบตัวของฉันก็สงบเช่นเดียวกัน น่าเสียดายที่วันนั้นเกิดเป็นไข้ขึ้นมา ไม่สบายจนกระทั่งเดินไม่ไหว ทำให้หมดสนุกไปเลย...

ส่วนในปีนี้...แม้ว่างานจะถูกจัดขึ้นในวันหยุดอย่างวันอาทิตย์แบบนี้ รวมทั้งคนที่มาก็น้อยกว่าปีอื่นๆ สนุกน้อยลง งานเล็กลง... แต่ฉันกลับมีความสุขที่สุด... ทั้งกับตัวเอง และคนรอบข้าง บรรยากาศที่อบอุ่นทุกอย่างดูลงตัวมากกว่าที่ควรจะเป็น
...คล้ายว่าฉันรู้ตัวมากขึ้นว่าตัวฉันเป็นอย่างไรและคิดอย่างไร..
ก็คงเพราะฉันโตขึ้น ผ่านเรื่องราวสิ่งต่างๆ ทั้งดีใจและเสียใจมา ทุกอย่างทำให้ฉันเข้มแข็งกว่าเดิม....

ปีนี้ฉันนำโปสการ์ดภาพถ่ายของตัวเองไปวางขายแบบแบกะดิน ผู้ที่ซื้อคนแรกคืออะไรที่ทำให้ฉันนั้นสุดแสนประทับใจ...

เขาดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน ทำทรงผมแบบ afro บุคลิกดูท่าทางแปลกๆ เพราะเขาถือไม้ที่คล้ายก้านกล้วยที่เต็มไปด้วยก้านของไม้เสียบลูกชิ้นเล็กๆ ห้อยลงมาด้วยตั๊กแตนสานจากใบไม้ เค้าแขวนกระดาษอัดพลาสติกที่เก่าแต่ยังคงเห็นตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างชัดเจน..
".......ผมเป็นใบ้...โปรดสงสารด้วยครับ......ราคาตัวละ 20 บาท...."
นี่คือสิ่งที่ฉันอ่านและจำได้คร่าวๆ เขาเป็นใบ้นั่นเอง...

เขายื่นมือมาที่รูปใบหนึ่งของฉัน ฉันจึงหยิบมันยื่นให้แก่เขา แต่เมื่อเขามองอยู่สักพักก็วางมันลงและเอานิ้วแตะที่ขมับแล้วก้มมองลงภาพอื่นๆของฉันประมาณว่า "ขอคิดก่อนนะ..." สักพักเดียวเขาก็ชี้อีกภาพ และขอซื้อมัน เขาชี้นิ้วมาที่ฉันและชี้ไปที่รูป ซึ่งหมายความว่า "เธอถ่ายเองรึเปล่า" ฉันเข้าใจในทันทีและพยักหน้ากลับไปเป็นคำตอบ หลังจากนั้นเขาก็ยิ้มแล้วยกนิ้วโป้งให้
นั่นเป็นคำชม... ฉันรู้สึกดีใจมากจึงขอบคุณเค้าด้วยการพยักหน้าและยิ้มกว้างกลับไป....


Besides.jpg
นี่คือภาพที่เขาเลือกค่ะ

ในตอนนั้นฉันรู้สึกตื้นตันใจมากจนคิดอะไรแทบไม่ออก... เขาลำบากและต้องหาเลี้ยงตัวเองด้วยตั๊กแตนราคาเพียงตัวละ 20บาท ในขณะที่ฉันและอีกหลายคน นำของมาขายแต่เงินเหล่านี้ที่ฉันได้รับ ค่าของมันนั้นน้อยเหลือเกินหากเทียบกับสิ่งที่พวกเราจำเป็นใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน...

มันสะเทือนใจ....ฉัน

ขณะนั้นเองร่างกายของฉันก็ผลักตัวเองให้ลุกขึ้นและพยายามจะเรียกเขาไว้ก่อนที่จะไป ฉันหยิบเงินและขอซื้อเขาตัวหนึ่ง มันอาจจะดูน้อยสำหรับฉัน... แต่ว่าสำหรับเขามันมีความหมายมาก และแม้ว่าเงินเล็กน้อยนี้จะมีความหมายมากก็ตาม... เขายังกล้าเสียเงินที่มีคุณค่านี้ให้กับภาพถ่ายของฉัน....

Grasshopper2.jpg


GrasshopperLoyKraTong.jpg


ฉันเผลออึ้งไปกับความคิดที่ว่า... งานของฉันมันมีคุณค่าถึงเพียงนี้เลยเหรอ

เขาขอบคุณด้วยการยิ้มกว้างและพยักหน้าเล็กน้อยให้ฉันอีกซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะเดินจากไป... และฉันก็เช่นเดียวกัน...ฉันยิ้มกว้างให้กับเขา ส่วนในใจนั้นก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น....อย่างบอกไม่ถูก


....มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยนะ...แต่มันทำให้ฉันรู้สึกดีมากเลยล่ะ

หลังจากนั้นฉันกับเพื่อนก็ตัดสินใจไปเดินเล่นบ้าง ผู้คนที่น้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ร้านค้าก็เช่นเดียวกัน แต่ฉันกลับมีความสุข...

Loy2.jpg

...ฉันมีความสุขแม้จะเดินอยู่ในความมืดที่เงียบงัน....
มีเพียงแสงสว่างจากดอกไม้ไฟ 20 อันที่ฉันเล่นไปเรื่อยๆ...
ในสถานที่เดิมๆ ที่ฉันเคยทั้งเสียใจและดีใจ...


Loy1.jpg

FireFlower.jpg


ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม...
เว้นแต่ใจของฉันเอง...


Loy3.jpg


...
สุดท้ายแล้วมันก็คง...
...อยู่ที่ใจสินะ

....


Grasshopper.jpg