Writing

...เมื่อใดที่มีแสงส่องผ่าน รายละเอียดของสิ่งต่างๆ
ก็จะปรากฎขึ้นมาให้เราเห็น..
...หากแสงนั้นมีความสว่างมากขึ้นเท่าไหร่
เราก็จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้น..

...คนเราก็มักเป็นเช่นนี้..
คอยตามหาแสงสว่างที่สว่างไสวอยู่เสมอ...
แสง ที่จะเห็นตัวตนที่แท้จริงของเราเอง...
แสง... ซึ่งเข้าใจในตัวเราทุกอย่าง..

...

..แต่ ถ้าแสงที่พาดผ่านสิ่งใดๆ ไป...
..แล้วสิ่งๆ นั้นกลับหันหลังเข้าหา...

..แทนที่จะสว่างกลับมืดมิด...
..แทนที่จะเห็นรายละเอียดกลับเหลือเพียงเงาทึบ...

แม้ว่า จะเป็นแสงที่มีความสว่างโชติช่วงแค่ไหน..
ก็ ไม่มีทาง...ที่จะเห็น

...

..แล้วจะตามหาไปเพื่ออะไร..

ถ้ายังเลือกที่จะไม่หันเข้าหาแสง..
..ไม่ยอมให้แสงนั้นส่องที่รายละเอียดของตน
แต่กลับต้องการให้รู้และเข้าใจ...

...

แสงจากสิ่งใดในจักรวาลนี้ก็คงไม่มีวันทำได้..
นอกเสียจาก...

...รู้จักหันเข้าหาแสงเองเสียบ้าง

...

x1p6tb9aEP1qM0KOWGf_bskxhalz2v_HQU_.jpg

....

...เมื่อรู้สึกตัวอีกที...

ใบหน้าซีกซ้ายก็รู้สึกถึง..
ความนุ่มของหมอนที่คุ้นเคย

แปลกนะที่วันนี้ฉันไม่รู้สึกอ่อนเพลียเหมือนวันก่อนๆ
..ฝ่ามือทั้งสองข้างที่ยื่นออกมาจากปลายผ้าห่มนั้นเย็น..
...เช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา
ทุกปีในฤดูหนาว...
แม้ว่าอากาศที่นี่จะไม่เย็นมากจนกระทั่งเรียกว่าหนาวได้
แต่อย่างน้อยมันก็เป็นช่วงเวลาสากลที่ทุกคนเข้าใจกันดีว่า...
....ฤดูนี้หนาวที่สุด
...ฉันลุกขึ้นมาจากเตียงที่เต็มไปด้วยกองหนังสือ..
..ที่วางเรียงรายอยู่รอบตัว
รกจริงนะเรา..แต่ว่ามันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้จริงๆ
โดยเฉพาะบรรยากาศกลางคืนอย่างเมื่อคืนนี้...
...ระหว่างที่เอนตัวลงบนเตียง..
ฉันก็สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่เย็นขึ้นกว่าปกติ...
เป็นช่วงเวลาที่ดี...
....สำหรับการหาหนังสือที่ชอบมานอนอ่านก่อนที่จะหลับไป..
และเมื่อคืนฉันก็อ่านหนังสือจบไปหลายเล่มโดยไม่รู้ตัว...
...จะว่าไปแล้วบางครั้งหากได้มีโอกาส..
..กลับมาอ่านหนังสือเก่าๆ ที่เคยอ่านในอดีต..
ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องราวในเวลานั้นได้
......ว่ารู้สึกอย่างไรและทำอะไรอยู่บ้าง
..ซึ่งนั่นก็คือสาเหตุอย่างหนึ่ง
..ที่ทำไมฉันจึงชอบเลือกอ่านหนังสือที่เคยอ่านแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า..
แล้วสิ่งที่ได้รับมาจากเมื่อคืนก็คือ..
...ความรู้สึกต่างๆ มากมายที่ฉันยังจดจำได้ดี
มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นและสำคัญเสมอสำหรับตัวฉันเอง...
..แต่ในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉันกลับละเลยมันไป.....
ดังนั้นจึงไม่แปลกสักนิด..
....ทำไมฉันถึงดูไม่ค่อยมีความสุขเหมือนก่อน
โดยเฉพาะการยิ้มคนเดียวนั้น...ยิ่งเป็นไปไม่ได้..
......ทั้งที่เมื่อก่อนฉันยิ้มให้ตัวเองได้อยู่ตลอดเวลา.....
นอกจากรอยยิ้มที่หายไปแล้ว
... ก็ยังมีแต่คราบน้ำตาที่มองไม่เห็น..ติดอยู่ในความรู้สึก
ลบอย่างไรก็คงไม่มีทางหายไป เพราะมันเป็นน้ำตาที่สัมผัสไม่ได้...
....มันเป็นความรู้สึกซึ่งคนทั่วไปเรียกว่า ความเสียใจ....
ใช่... ฉันเคยเสียใจมาก...
ในเรื่องที่ทุกคนต้องเคยเสียใจ..
...และตอนนั้นมันก็ทำให้ฉันร่วงหล่นลงไป..
..ในความโดดเดี่ยวที่ลึกสุดจะหยั่งถึงได้
....สิ่งนั้นก็คือ ความเหงา ...
ฉันเห็นว่าทุกครั้งที่เกิดเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย..
มันก็จะเข้ามาแทนที่หลังจากทุกอย่างได้ผ่านพ้นไปแล้ว..
ทว่า...หากไม่มีมัน...
....ฉันก็คงจะไม่สามารถหวนกลับมาสู่ความรู้สึกๆ เก่าได้อีก
....ความเหงานี้เอง...
ทำให้ฉันก้าวเข้ามาสู่ความว่างเปล่าของรอยต่อทุกช่วงในชีวิต
มันเป็นช่วงที่ได้อยู่กับตัวเองมากที่สุด ได้รู้จักเรียนรู้ตัวเอง...
ฉันจึงกลับมาค้นพบ...
...ความว่างเปล่าที่แสนอบอุ่นเหมือนเดิมอีกครั้งได้..
...ความว่างเปล่ามันเป็นเหมือนกับอากาศรอบๆ ตัวเรานั้นแหละ...
เราสัมผัสถึงมันได้...แต่ไม่สามารถจับต้องได้..
มันจะช่วยผลักดันให้ตัวเราลุกขึ้นยืนอีกครั้งได้
....พร้อมทั้งยังช่วยสร้างสายลม ซึ่งพัดมาทำให้เรารู้สึกสบายใจ

...ลมหนาวที่กำลังค่อยๆ ...ปลิวเข้าผ่านตัวฉันไปในปีนี้...
ก็คงจะมอบความอบอุ่นสู่ในใจของฉัน เหมือนเคย..
....รวมทั้งความสงบเยือกเย็น..ก่อนที่เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง....

.....


...

..เมื่อใดก็ตามที่คนเราจะเลือก " รัก " ใครสักคน...

(แบมือซ้ายออก)

..เราย่อมต้องเปิดใจให้กันและกัน..

(แบมือขวาออก)

..รู้จักยอมรับซึ่งกันและกัน..

(นำฝ่ามือทั้งมา มาประกบกัน)

..เรียนรู้ และเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น..

(กำมือทั้งสองข้าง เอาไว้นะ)

.. แล้วคุณก็จะรู้ว่า.. "ความรัก"..
ของคนสองคนได้เกิดขึ้น..

มันอบอุ่นและอ่อนโยนที่มีกันและกัน..

รวมทั้งความมั่นคง....

...

..แต่ถ้า..มีฝ่ายใดฝ่ายมือเริ่มไม่เข้าใจ..

(กางมือใดมือนึงออก แล้วปล่อยให้อีกมือนึงกำมือที่กางเอาไว้)

..ไม่พอใจ..ในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น..

ทั้งที่อีกฝ่ายจะยังรู้สึกเหมือนเดิม..และยังสม่ำเสมอตลอดมา

(ลองมองลงไป ดูมือทั้ง 2 ข้าง)

..ความรัก ก็ไม่อาจจะอบอุ่นได้ดั่งเดิม..

ความมั่นคง.. การมีกันและกัน ได้ถูกทำให้

..พังทะลายลง..

(ดึงมือขางที่กางออก จากมือข้างที่ยังกำอยู่ อย่างช้าๆ
แต่อย่างพึ่งให้มือทั้ง 2 ข้างหลุดออกจากกัน)

..ไม่ว่าฝ่ายที่ยังเหมือนเดิม จะรักเช่นเดิม หรือจะรั้งเอาไว้..
ด้วยเหตุผลหรือวิธีใดก็ตาม..........

(ดึงมือข้างที่กางออกจากมือที่กำไว้)

.. ความรัก.. จำเป็นต้องจบลงไป

..ทั้งที่ ..

"รัก"..ของคนอีกคนยังคงอยู่..

(เอามือข้างที่กางแล้วดึงออกเก็บไว้ เหลือแค่มือข้างที่ยังกำอยู่)

..ไม่เหลือใคร ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว แม้แต่คนที่เคยรัก..

..ที่สุด..

..ความทรงจำและความผูกพัน ย่อมทำร้าย
ตัวตนของเรา ราวกับว่า..

เค้ายังคงอยู่ตรงนั้น...

...เสมอ...
....

ทั้งที่.... ความเป็นจริง...ไม่มีอีกต่อไปแล้ว..

(ลองมองดูมือข้างที่คุณกำเอาไว้)


....

ดังนั้นเวลา... เท่านั้น


จะทำให้คุณรู้ตัวว่า...

..คุณจำเป็นจะต้อง... เปิดใจ.. อีกครั้ง

....

ยอมรับในสิ่งที่เปลี่ยนแปลง..

.........

...และเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง...

(ค่อยๆ แบมือข้างที่กำออก....ช้าๆ)


............ด้วยการเปิดใจ

(กางมือออก แล้วมอง)


.....